ผู้ชายมีภาวะ “วัยทอง” เหมือนผู้หญิงจริงหรือเปล่า

0
152

วัยหมดประจำเดือนหรือ “วัยทอง” ในผู้หญิง ส่งผลกระทบหลายประการต่อสุขภาพและร่างกายของผู้หญิง แต่ผู้ชายก็สามารถพบอาการและการเปลี่ยนแปลงได้หลายอย่างในขณะที่อายุมากขึ้น ซึ่งบางคนเปรียบเทียบอาการนี้ว่าเป็น วัยทองในผู้ชาย แต่ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า ผู้ชายมีภาวะ “วัยทอง” เหมือนผู้หญิงจริงหรือเปล่า

อาการ “วัยทอง” ในผู้ชาย

ในช่วงวัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงมักจะเกิดอาการหลายอย่าง เนื่องมาจากการลดลงของฮอร์โมนเพศ ซึ่งก็เป็นอาการที่สามารถพบได้ในผู้ชายที่มีอายุมากขึ้นด้วยเช่นกัน อย่างเช่น

  • อาการร้อนวูบวาบ
  • อารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย
  • ไขมันสะสมรอบเอวและหน้าอก
  • สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
  • ผิวแห้งและบางลง
  • เหงื่อออกมากขึ้น

นอกเหนือจากอาการเหล่านั้นแล้ว อาการที่พบได้บ่อยในผู้ชายสูงวัย ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศก็คือ อารมณ์เพศที่ลดลง การแข็งตัวในตอนเช้าที่บ่อยน้อยลง และการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมทั้งยังมีอาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น พลังวังชาที่ลดลง ไม่สามารถเดินได้ไกล และไม่สามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายได้ เช่น การวิ่ง การยกของหนัก รวมถึงการคุกเข่า ก้มตัว หรือนั่งยองๆ ก็จะยากมากขึ้น

สาเหตุของอาการ “วัยทอง” ในผู้ชาย

อาการเหล่านี้เกิดมาจากการลดลงของฮอร์โมนแอนโดรเจนในผู้ชายสูงวัย (Androgen Decline In The Aging Male-ADAM) หรือภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำที่เกิดขึ้นในภายหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เมื่ออวัยวะเพศที่สร้างเซลล์ทางเพศเริ่มมีแก่ตัวลง และทำงานได้ไม่ดีพอ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่ผู้ชายถึงวัยสามสิบ ระดับเทสทอสเทอโรนก็จะค่อยๆ ลดลงช้าๆ ราวหนึ่งเปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ถึงแม้อาการเหล่านี้จะเกิดจากปัญหาของฮอร์โมนเพศเหมือนกับผู้หญิง แต่การนำไปเปรียบเทียบกับการหมดประจำเดือนของผู้หญิง ก็ไม่ถูกต้องเสียเลยทีเดียวนัก

อาการที่พบได้ในผู้ชายวัยทอง คือ เครียด หงุดหงิด โกรธง่ายเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เหงื่อออกมาก สมาธิลดลง นอนไม่ค่อยหลับ กำลังวังชาลดลง โครงสร้างของร่างกาย เช่น กระดูกต่างๆ เริ่มเสื่อมถอย (แม้จะไม่ชัดเจนเหมือนผู้หญิง) มีความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ กระดูกพรุน ต่อมลูกหมากโต ปัสสาวะออกลำบาก สมรรถภาพทางเพศลดลง ซึ่งเรื่องนี้แหละที่ผู้ชายส่วนใหญ่วิตกกังวลกันมากเป็นพิเศษ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของผู้ชายวัยทองที่เห็นได้ชัดอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ การเผาผลาญไขมันจะลดลง จึงทำให้มีไขมันส่วนเกินได้ง่าย ดังนั้นผู้ชายวัยทองจึงมักจะลงพุง กล้ามเนื้อลีบเล็กลง แข็งแรงน้อยลง และผมบางมากขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงเร็วกว่าปกติ

นอกจากอายุซึ่งเป็นปัจจัยทางธรรมชาติที่ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลงแล้ว ปัจจุบันยังมีปัจจัยเสริมอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ผู้ชายเข้าสู่วัยทองเร็วกว่าปกติ นั่นคือ

– เรื่องของกรรมพันธุ์

– การทำงานหนัก และพักผ่อนน้อย

– มีความเครียดตลอดเวลา

– ความอ้วน

– การขาดสารอาหารบางชนิด (เช่น แร่ธาตุสังกะสี เบต้าแคโรทีน)

– การดื่มเหล้า สูบบุหรี่

– มีโรคเรื้อรัง (เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ไตวาย ฯลฯ)

– การกินยาบางชนิด (เช่น ยารักษาไทรอยด์)

– การออกกำลังกายที่มากเกินไป เป็นต้น

สรุปได้ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ร่างกายเสื่อมถอยเร็ว จะทำให้มีการหมดฮอร์โมนเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน

ยืดเวลาแห่งความเป็นหนุ่มให้นานที่สุด

ถึงแม้มนุษย์จะไม่สามารถเอาชนะความเสื่อมถอยได้ แต่ก็พอมีวิธีที่จะยืดเวลาแห่งความเป็นหนุ่ม เป็นสาวให้ยืนยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายใต้เงื่อนไขของธรรมชาติเอง นั่นคือ

– มีวินัยในการดำเนินชีวิตที่ดี

– พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย ๖-๘ ชั่วโมง หรือหากนอนหัวค่ำได้จะยิ่งดี เพราะฮอร์โมนเพศชายจะสร้างตอนกลางคืน

– งดสูบบุหรี่ และดื่มเหล้า ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายแทบทุกระบบ

– กินอาหารที่มีประโยชน์ ถูกสัดส่วน ไม่มากหรือน้อยเกินไป กินอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และ ไขมันให้น้อยที่สุด

– มองโลกในแง่ดี พยายามอย่าให้มีความเครียด

– ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ

หลายคนคงทราบดีถึงกฎธรรมชาติข้อหนึ่ง นั่นคือ อวัยวะใดก็ตาม ถ้าหากไม่มีการใช้งานหรือใช้ประโยชน์ จะเสื่อมลงเรื่อยๆ แต่ถ้าหากมีการใช้งานคือออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ร่างกาย แข็งแรง ปอดแข็งแรง ระบบประสาทตื่นตัวตลอดเวลา ร่างกายกระฉับกระเฉง สมรรถภาพทางเพศไม่เสื่อมถอยเร็วกว่าวัยอันควร แต่ดูเหมือนวิธีง่ายๆ ที่ได้ผลที่สุด กลับมีคนปฏิบัติตามได้น้อย ส่วนใหญ่มักจะละเลยตัวเองจนเกิดปัญหา แล้วจึงค่อยหาวิธีแก้ไขภายหลัง ซึ่งหลายๆ ครั้ง หลายๆ กรณีบางทีก็สายเกินแก้ไขได้ สำหรับผู้ที่สามารถจัดการกับชีวิตได้เหมาะสมลงตัว บางทีคุณอาจก้าวข้ามวัยทองของชีวิตไปโดยไม่มีปัญหาอะไรเลยก็ได้

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :pimruethai ,นิตยสารหมอชาวบ้าน,careandliving

ภาพ :iStock

ทิ้งคำตอบไว้